fbpx

เอกภพ : ทำไทยเป็นมณทลไท่กั๋ว เอื้อทุนใหญ่ เอาใจทุนจีน ดำเนินนโยบายมดน้อยกับราชสีห์

 

เอกภพ เพียรพิเศษ

 

ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย วันนี้ผมมาอภิปรายว่า ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำให้ประเทศไทยป่วยถึงขนาดที่ทำให้หลายประเทศขนานนามว่า เป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย เป็นการป่วยที่หยอดกัญชาก็ไม่หาย 40 กว่าปีที่เติบโตมา ยังไม่เคยเห็นยุคไหนมีปัญหาย่ำแย่ขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจกิจตกต่ำ แต่ยังมีเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เพิกเฉย การดำเนินนโยบายผิดพลาดด้านการต่างประเทศ

ตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ประยุทธ์ได้ทำให้ไทยที่เคยมีที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหลนานาประเทศกลับต้องกลายเป็นไปเดินตามหลังประเทศจีนจนมีเสียงค่อนขอด เสียงลือ เสียงเล่าอ้างและมี #มณทลไท่กว๋อ ขึ้น ซึ่งคิดว่าประยุทธ์คงเชื่ออย่างนั้นจริงถึงกับเพราะเคยกล่าวเปรียบเทียบไทยกับจีนว่า เป็นมดกับราชสีห์ อาจเพื่อเป็นการแสดงภาวะผู้นำที่ต้องการแสดงว่า เราเป็นมดที่ทำสามารถทำได้เพียงให้ราชสีห์รำคาญเท่านั้น ทำให้เกียรติภูมิของประเทศในสายตาชาวโลกต่ำลงโดยมีสาเหตุคือกรมาจากการรัฐประหารที่ส่งผลให้มหาอำนาจหลายประเทศถอยห่าง ไม่ว่า สหรัฐ สหภาพยุโรป หรือญี่ปุ่น จึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องพึ่งพาจีนเพื่อพยุงขาเก้าอี้ไว้

 

 

เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการที่ไทยจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับจีน เพราะรู้ดีว่าจีนมีอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจของโลก แต่มีปัญหาว่าเราไม่ได้ดำเนินนโยบายกับจีนแบบมิตรประเทศต่อมิตรประเทศ ซึ่งเป็นเพราะประยุทธ์ที่ไม่มีมหาอำนาจใดคบ จึงพยายามซื้อใจจีนด้วยการทำสัญญาให้ไทยเสียประโยชน์ ยอมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในการให้กลุ่มทุนจีนมาสูบกินผลประโยชน์และทำให้คนไทยหลายภาคส่วนเสียประโยชน์

ผ่านมาเกือบปีหลังการเลือกตั้ง นโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทยจีนแบบมดกับราชสีห์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจึงขอไม่ไว้วางใจประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีใน 6 ประเด็น

 

1. ปัญหาล้งลำใย ปล่อยให้ทุนจีนมาเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรไทย

นับตั้งแต่ประยุทธ์เข้ามา ราคาส่งออกลำใยพุ่งสูงขึ้นถึง ร้อยละ 60 ตัวเลขนี้เหมือนจะดี ส่งออกได้ราคาถึง 35 บาทต่อกิโลกรัม แต่ความจริงแล้วกลับพบว่า ราคาลำใยหน้าสวนลดลงร้อยละ 13 หลังการเข้ามาของประยุทธ์มีการเชื้อเชิญให้จีนเข้ามามากๆ ช่วงแรกชาวสวนดีใจ ราคาเหมือนจะเพิ่ม แต่เมื่อทุนที่เข้ามาครอบครองตลาดได้ทั้งสิ่งที่ทำคือร่วมกันกดราคาจนลดลงดังกล่าว

 

 

ที่ลำพูน มีล้งลำใย 3 แห่ง เป็นของนายทุนจีนทั้งหมด(ตระกูลจ้าว) มีผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกันและถือหุ้นไขว้ไปมา ข้อมูลนี้กำลังบอกว่าเมื่อมีเจ้าของเดียวกัน จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องแข่งราคาซื้อทำให้กดราคาลงเหลือ 10-12 ต่อกิโลกรัมแต่ขายในราคา 35 บาทต่อกิโลกกรัม เท่านี้ไม่พอ ยังมีการเล่นแร่แปรธาตุทำให้กำไรที่เกิดไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

 

ทั้งสามบริษัทบอกว่ามีรายได้ต่อปีประมาณ 200 ล้านบาท มีมีที่ไหนที่ซื้อมาราคา 10 บาท ขายราคา 35 บาท แต่กำไรของบริษัทไม่ถึงล้านบาทต่อปี ทั้งยังมีหนึ่งบริษัทติดลบและมีอัตราทำกำไรไม่ถึงร้อยละ 1 ย้อนหลังไป 4 ปี ตัวเลขผลประกอบการก็เป็นแบบนี้ ภาษาเทคนิคเรียกว่า transfer pricing  คือการทำให้กำไรไม่เกิดในประเทศไทย ทั้งที่บริษัทเหล่านี้น้ำก็ใช้น้ำไทย ดินก็ใช้ดินไทย แรงงานก็ใช้ของไทย แต่ภาษีหรือกำไรไม่ได้เสียให้คนไทยได้ประโยชน์ รูปแบบนี้ยังเกิดกับผลผลิตการเกษตรอื่นในประเทศ ไม่ว่าเป็นสับปะรดเชียงราย ทุเรียนภาคตะวันออก รวมไปถึงยางพาราด้วย

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ใจว่าประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจรู้ เพราะเกิดทั่วประเทศ แต่ถามว่าได้ทำอะไรหรือไม่ สาเหตุที่ไม่ทำอะไรเพราะวางตัวเป็นมดไม่กล้าไปยุ่งกับราชสีห์ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรไทยที่ปล่อยให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และเงินถูกโยกไปต่าประเทศ เทียบกับสุภาษิตจีนได้ว่า ตีสุนัขให้มองหน้าเจ้าของ ท่านคงมองหน้าเจ้าของแล้วเกรงใจถ้าตีแล้วเขาคงไม่พอใจจึงไม่ทำอะไร

 


 

2. อสังหาริมทรัพย์

นอกจากภาคเกษตรยังมีทุนจีนเข้ามาในภาคอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองคอนโดมิเนียมได้โดยตรง ตั้งแต่รัฐประหารมีทุนจีนไหลเข้ามาในภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 7 เท่า หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท ตัวเลขดูเหมือนดีและสวยหรูเหมือนเดิม อสังหาริมทรัพย์ไทยโต มีเม็ดเงินเข้ามา แต่เม็ดเงินที่เข้ามานี้ให้ประโยชน์แค่ 3 กลุ่มคือ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ขายของได้ กลุ่มทุนจากจีนที่เข้ามาหาผลประโชน์แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ และสามคือประยุทธ์ที่ได้หน้าจากจีนที่ส่งเสริมกลุ่มทุนจีนได้ดี แต่ถามว่าประชาชนไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้

หากเทียบกับมาเลเซีย ต่างชาติจะซื้อคอนโด เขามีการกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่ 8 ล้านบาท แต่ไทยไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ ทุนจีนจะซื้อคอนโดในตลาดราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เมื่อมีความต้องการมากขึ้นทำให้เกิดดีมานด์เทียมส่งผลให้ราคาขยับขึ้น ทุนจีนเป็นส่วนหนึ่งผลักให้ดัชนีราคาคอนโดสูงขึ้นร้อยละ 17 ราคาที่สูงขึ้นเทียบกับรายได้ครัวเรือนของคนไทยลดลงร้อยละ 2 สำหรับมนุษย์เงินเดือน หาเช้ากินค่ำ การมีบ้านหรือคอนโดสักห้องเป็นความฝัน แต่การที่ปล่อยให้ราคาคอนโดสูงขึ้น ทำให้เขาเข้าถึงและซื้อไม่ได้จึงต้องเปลี่ยนเป็นเช่า บางคนต้องไปเช่าต่อจากกลุ่มทุนจีนที่ซื้อบิ๊กล็อตไว้ ซึ่งนอกจากปล่อยเช่าคนไทยแล้วยังปล่อยเช่าคนจีนด้วยกันด้วย

 

 

แถว ม.มหิดล ศาลายา คอนโดแทบทั้งตึกเป็นของคนจีน มาพักเองบ้างช่วงมาพักผ่อน ส่วนช่วงไม่ได้มาก็ปล่อยคนจีนด้วยกันเช่าผ่าน airbnb หรือการจองออนไลน์ต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบผู้ประกอบการห้องพักขนาดเล็กและโรงแรมขนาดเล็กแถวนั้นที่แทบกลายเป็นโรงแรมร้าง และเงินชาวจีนเหล่านี้ก็ไม่ได้เข้าสู่มือคนไทย เงินเหล่านี้ลับเข้าสู่ทุนของคนจีน ถามว่าคนไทยได้อะไร

 


 

3.การประเคนรถไฟความเร็วสูงให้แก่จีน

โครงการนี้ไม่มีการเปิดประมูลแก่นานานาชาติอย่างที่ควรจะทำ มีการเซ็น MOU ตั้งแต่ยังไม่มีการศึกษาโครงการ จากเอกสารรายงานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ในการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย – จีน ครั้งที่ 3 ข้อแรกเขียนว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับคือ ส่งความสัมพันธ์ไทยจีนกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่นี่คือโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทำไมจึงใช้เหตุผลในการสร้างโครงการเรื่องกระชับความสัมพันธ์ และประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับจีนมายาวนาน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องใช้เงิน 200,000 ล้านบาทไปสร้างความสัมพันธ์ โครงการนี้ยังไม่น่าจะใช่การสร้างความสัมพันธ์ไทยจีนแต่น่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธระหว่างประยุทธ์ที่ไม่มีนานาชาติคบกับจีนเท่านั้น

โครงการนี้มีผลการศึกษาออกมาในปี 2558 ว่าการสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ไม่คุ้มค่า จึงมีการนัดประชุมพิเศษเพื่อขอลดสเปคจากรถไฟความเร็วสูงเป็นรถไฟทางคู่เนื่องจากมีต้นทุนสูงมาก จะทำให้ค่าโดยสารสูงไปด้วย อาจทำให้คนรายได้น้อยเข้าไม่ถึงบริการ แต่การสร้างรถไฟทางคู่สามารถเพิ่มศักยภาพการเดินทางได้มากกว่าถึง 4 เท่า เมื่อมดน้อยขอความเมตตา ราชสีห์กลับงอนและไม่มาประชุมในวันที่นัดกันเดือน ก.พ. 59 สิ่งที่ตามมาคือประยุทธ์รีบแบกศักดิ์ศรีประเทศ แบกหน้าตาประชาชน บินไปง้อถึงถ้ำในเดือน มี.ค. ปี 59 หากเป็นผู้นำที่นานาชาติคบเป็นอย่างดีจะรู้จักรักษาสมดุลย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากจีนไม่มาก็คงยักไหล่และไปคุยประเทศอื่นที่อยากลงทุนในโครงการนี้อีกเยอะ ไม่ว่า ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมัน และอื่นๆ

 

 

สุดท้ายไปแล้วก็กลับมาประกาศจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อโดยเปลี่ยนจากโครงการร่วมทุนเป็นไทยลงทุนเองเกือบ 200,000 ล้านบาท การลงทุนเป็นการกู้เงินจากจีนในอัตราดอกเบี้ยมิตรภาพ ย้ำอีกครั้งว่า นี่คือเงินกู้ ไม่ใช่รายได้ของประเทศ ยืมมาต้องคืน เท่านั้นไม่พอ เพื่อทำให้ราชสีห์มั่นใจว่าโครงการนี้เดินหน้าแน่นอน จึงมีการเริ่มต้นโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงแรก 3.5 กิโลเมตร มีที่ไหนในโลกหรือจักรวาลนี้ทำกัน แปลเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากการจองไว้ นี่คือการยอมเอาเงินของประเทศชาติมาทำให้คนไทยเสียเปรียบซึ่งดูจะเป็นความถนัดเป็นพิเศษของประยุทธ์ด้วย

 


 

4. เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC

มีการให้สิทธิพิเศษสุดๆให้นักลงทุนออนไลน์เจ้าหนึ่ง ช่วงแรกมีข่าวว่าจะมาตั้งโกดังกระจายสินค้าในไทย ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในไทยเริ่มวิตกกังวลว่า อาจถูกรายใหญ่เข้ามาฮุบตลาด จึงมีการร้อนตัวชี้แจงผ่านสำนักงาน EEC ว่าไม่ได้มีการขอสิทธิพิเศษทางภาษีหรือ BOI จากบริษัทรายนี้ ซึ่งประยุทธ์รู้ดีว่า BOI เป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะรายใหญ่รายนี้ได้ประโยชน์แบบพิเศษกว่านี้ไปแล้วคือ นั่นคือการยกเว้นภาษีคลังสินค้าทัณฑ์บน 14 วัน

พ่อค้าออนไลน์รายเล็กเมื่อของมาถึงท่าเรือจะถูกคิดภาษีทันทีแบบยกตู้คอนเทนเนอร์ แล้วเมื่อนำเข้ามาการขายได้หรือไม่ ประยุทธ์ไม่เคยดูแล แต่สิทธิภาษีคลังสินค้าทัณฑ์ คือการให้บริษัทเอาสินค้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน ถ้าไม่มีการหยิบสินค้ามาขายจะอยู่ในนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่เสียภาษี สิทธิพิเศษรายใหญ่ที่ได้แตกต่างจากแม่ค้าออนไลน์ทั่วไปคือ สินค้าเมื่อคิดเป็นรายชิ้นไม่เกิน 1,500 บาท ไม่เสีย WAT แต่รายเล็กเสียไปแล้วเป็นตู้คอนเทนเนอร์ อีกประการคือมีเวลา 14 วัน ที่ไม่ต้องเสียภาษี หมายถึงถ้ามีการคืนของใน 14 วัน รายใหญ่จะไม่มีต้นทุนเลย แต่รายเดิมถ้ามีการคืนของจะต้องส่งกลับจีนซึ่งจะมีมูลค่า มีต้นทุน นี่คือสิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้น เมื่อทุนใหญ่ได้รับแต้มต่อขนาดนี้ รายเล็ก รายน้อย หรือราใหญ่ในไทยเองจะเหลืออะไรนอกจากรอวันล้มหายตายจาก แล้ว E – Commerce ที่หมายมั่นปั้นมือจะเหลืออะไร เอื้อทั้งทุนใหญ่ ทุนจีน จะเหลือโอกาสอะไรให้คนไทยอีก

 

 


 

5. กรณีการรับมือโดวิด 19

ถึงแม้เพื่อนๆแพทย์ ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขจะทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยสาหัสแค่ไหน แต่กรณีนี้ในช่วงเริ่มต้น ประยุทธ์ที่เอาอกเอาใจรัฐบาลจีนมาตลอดสามารถรับคนไทยออกมาจากอู่ฮั่นได้ช้ากว่าหลายประเทศ ไม่ว่า เมียนมา บังคลาเทศ ศรีลังกา หรืออินโดนีเซีย นี่อาจเป็นหลักฐานอีกอันว่า เราเป็นมดน้อยที่ไม่กล้าต่อรอง หรือกลัวราชสีห์โกรธและเลิกคบ ทราบว่ากระทรวงการท่องเที่ยวได้เสนอให้ระงับ VISA ON ARRIVAL เสนอให้แบนเที่ยวบินจากจีน เสนอให้กักตัวคนจีน 14 วัน แต่กลับไม่ทำ

 

 


 

6. การจัดการแม่น้ำโขง

แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงคนกว่าร้อยล้านคน ไหลมาจากจีนผ่านหลายประเทศและมีการสร้างเขื่อนนับสิบเขื่อนในประเทศจีน ทำให้จีนกลายเป็นผู้กำหนดความอยู่รอดของแม่น้ำโขงส่วนปลายที่พวกเราอยู่กัน ปลายปี 2562 จีนมีการทดลองเปิดเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าทำให้น้ำในแม่น้ำลดลง น้ำทางอีสานเหือดแห้ง ประยุทธ์รีบให้รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางไปอ้อนวอนให้เปิดน้ำลงมาให้มากขึ้น วันที่ไปคือ 23 ม.ค. ไปแล้วประโคมข่าวว่าจีนปล่อยน้ำมาให้แน่นอน แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากสถานีวัดน้ำเชียงแสน ระดับเฉลี่ยแทบไม่กระดิกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งระดับน้ำเฉลี่ย ม.ค.และ ก.พ. ปีนี้ น้อยกว่าปีก่อนๆมากพอสมควร นี่คือภัยแล้งที่ประเทศไทยและคนไทยต้องเจอ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งคงไม่ใช่การเดินทางไปขอความเมมตตาเป็นครั้งๆ แต่ต้องทำในลักษณะนานาชาติ ถ้าประยุทธ์รักษาสมดุลย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีภาวะเป็นผู้นำประเทศในลุ่มน้ำโขงเพื่อรวมตัวไปเจรจาและแก้ปัญหาไปด้วยกันกับรัฐบาลจีนซึ่งเป็นต้นน้ำน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดมากกว่า

 

 


 

พวกเราไม่ได้ปฏิเสธรัฐบาลจีน คนจีน ทุนจีน แต่สิ่งที่อยากเห็นคือรัฐบาลไทยดำเนินการทูตอย่างมีศักดิ์ศรีและสมดุลระหว่างประเทศ เมื่อเอื้อทุนใหญ่ในประเทศ เอาใจทุนจีน ดำเนินความสัมพันธ์แบบมดกับราชสีห์ ตนจึงไม่อาจไว้วางใจให้อยู่ต่อในตำแหน่งนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว

 

รับชมวิดิโอฉบับเต็มของการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ที่นี่

 

ดาวน์โหลดไฟล์ประกอบการนำเสนอได้ที่นี่

(เอกภพ) อภิปรายไม่ไว้วางใจ