fbpx

เปิดปฏิบัติการ “พินอคคิโอ” อภิปรายไม่ไว้วางใจกระชากหน้ากากรัฐบาลจอมโกหก

 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2563 พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มาก กลไกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดและหนักที่สุดที่ฝ่ายค้านมีในการตรวจสอบรัฐบาล เมื่อเราเลือกใช้กลไกที่สำคัญเช่นนี้แล้วเราต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อให้สมศักดิ์ศรีของการใช้กลไกนี้

เพื่อเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจดังกล่าว พรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งทีมศึกษาข้อมูลและเตรียมการตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยเราได้ตั้งชื่อทีมงานนี้ว่า Project Pinocchio หรือ “ปฏิบัติการพินอคคิโอ”

เหตุผลที่เราเลือก “พินอคคิโอ” มาเป็นชื่อรหัสปฏิบัติการ เพราะพินอคคิโอคือตัวละครที่ทำผิดซ้ำซาก แล้วก็สร้างเรื่องขึ้นมาปกปิดความผิดของตนเองจนเรื่องบานปลายปกปิดความผิดไม่ได้อีกต่อไป เปรียบเสมือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สามารถปกปิดความผิดจากการกระทำที่ผ่านมาตลอด 5-6 ปี จากสาธารณชนได้โดยไม่โดนตรวจสอบ ภายใต้ข้ออ้างของความสงบเรียบร้อย ข้ออ้างเรื่องการปราบคอร์รัปชั่น แต่แท้จริงคือการลิดรอนสิทธิมนุษยชนและการปิดปากประชาชน

หลังจากเกิดการรัฐประหาร ประเทศไทยไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีสภา ไม่มีฝ่ายค้าน ดังนั้นจึงไม่มีการตรวจสอบ…และเพราะไม่มีการตรวจสอบ จึงไม่เห็นความผิดใดๆ แต่มาวันนี้ มีฝ่ายค้าน มีตัวแทนของประชาชนแล้ว วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการพินอคคิโอจึงเป็นการกระชากหน้ากากพินอคคิโอให้สาธารณชนรับรู้ถึงจมูกอันยื่นยาว ถึงหลักฐานของความผิดที่ผ่านมาของรัฐบาลใน 6 ปีที่ผ่านมา

 


 

ในกระบวนการทำงานที่ผ่านมาใน ปฏิบัติการพินอคคิโอของเราประกอบด้วย ส.ส. ที่จะอภิปราย 16 คน ทำงานร่วมกับทีมนโยบายพรรค, ทีมที่ปรึกษา และทีมนักกฎหมายของพรรค อีกกว่า 30 คน เพื่อหาข้อมูลและเตรียมการอภิปราย เป็นการทำงานเป็นทีมร่วมกันของบุคคลกว่า 50 ชีวิต ตลอดเวลา 4 เดือนเต็มที่ผ่านมา

สำหรับรายละเอียด ผมขอเริ่มต้นจากระยะเวลาการอภิปรายเสียก่อน หากหนึ่งวัน ประมาณการการอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ที่ 12 ชั่วโมงต่อวัน เราจะมีเวลาอภิปรายทั้งสิ้น 42 ชั่วโมง พรรคอนาคตใหม่ได้ขอเวลาจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไว้ 11 ชั่วโมงสำหรับผู้อภิปราย 16 คน หรือ 26% ของเวลาทั้งหมด ผู้อภิปรายจากพรรคอนาคตใหม่จะได้เวลาจัดสรรเฉลี่ยคนละประมาณ 40 นาทีต่อคน โดยหนึ่งคนจะอภิปรายในเชิงภาพรวม ส่วนอีก 15 คนจะทำการอภิปรายรายประเด็น 15 คน 15 เรื่อง ไม่มีประเด็นซ้ำกัน

ญัตติที่พรรคฝ่ายค้านยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล 6 คน ซึ่งในส่วนของพรรคอนาคตใหม่จะทำการอภิปรายรัฐมนตรี 5 คนด้วยกัน ประกอบไปด้วย 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, 2. พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง, 3. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย, 4. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ 5. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่จะเน้นการอ้างอิงเอกสารชั้นต้น หลักฐานแวดล้อม ข้อกฎหมาย หลักนิติรัฐ-นิติธรรม และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง อภิปรายอย่างสร้างสรรค์เพื่อเปิดโปงความจริงที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ประชาชนรู้ ให้ประชาชนและเพื่อน ส.ส. เข้าใจได้ง่าย ไม่เน้นโวหาร ไม่พูดยืดยาว พาดพิงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด และจะไม่กล่าวหาใครอย่างเลื่อนลอย

เนื้อหาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน

  1. การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด
  2. การเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องและกลุ่มทุนใกล้ชิด
  3. นโยบายที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ
  4. ความมั่นคงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  5. คุณสมบัติและจริยธรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 


 

เราต้องการให้ประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังพาประเทศไทยไปผิดทิศผิดทาง ตลอดเวลาการบริหาร 5 ปีที่ผ่านมา และคนที่ต้องจ่ายราคานั้นคือพี่น้องประชาชนคนธรรมดา เราเชื่อว่าเราจะใช้การอภิปรายนี้ทำให้ประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นความล้มเหลวและเหตุผลที่ควรลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผมขอเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเราตั้งใจทำงานอย่างหนักแน่น ทุ่มเท พิสูจน์ความเป็นมืออาชีพให้ประชาชนได้เห็น ให้สมกับที่เราได้รับความไว้ใจมาจากประชาชน