fbpx

ความพังของ ครม.ในการสื่อสาร #ไวรัสโคโรนา พร้อมข้อแนะนำจาก #อนาคตใหม่

เปิดไทม์ไลน์ความพังในการสื่อสารของคณะรัฐมนตรีกรณี #ไวรัสโคโรนา พร้อมข้อเสนอแนะจากพรรค #อนาคตใหม่ ด้วยความหวังดี

การสื่อสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ หากสื่อสารผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็อาจทำให้สังคมเกิดความวิบัติปั่นป่วนได้

พรรคอนาคตใหม่เราประเมินการสื่อสารของคณะรัฐมนตรีแล้วพบว่า “สอบตก” สอบตกเพราะอะไร ลองอ่านไทม์ไลน์คร่าวๆ แค่นี้ ทุกท่านก็คงสัมผัสได้

ไทม์ไลน์การสื่อสารของรัฐบาลกรณี #ไวรัสโคโรนา :

ต้นเดือน ธ.ค. 62 เริ่มมีผู้ป่วยปริศนาในอู่ฮั่น มีอาการปอดบวม

31 ธ.ค. 62 เริ่มมีรายงานว่ามีไวรัสปอดอักเสบระบาด มีผู้ติดเชื้อหลายสิบรายที่อู่ฮั่น WHO เริ่มตื่นตัวจับตาใกล้ชิด

23 ม.ค. 63 จีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น

25 ม.ค. 63
-อนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก “ก็วันนี้เขายกเลิกไฟลท์จากอู่ฮั่นแล้ว สนามบินจะตั้งเครื่องตรวจคนไข้ที่ Gate ของไฟล์ทนี้หาสวรรค์วิมานทำไมล่ะคร้าบ คิดนิดนึงก่อนว่ากล่าวกันนะ ตอนนี้ยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่”

-แฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นอันดับ 1

26 ม.ค. 63
-กรมควบคุมโรคต้องรีบออกมาแถลงว่ายังใช้เครื่อง Thermoscan คัดแยกผู้ติดเชื้อ
-คนไทยในอู่ฮั่นเริ่มโพสต์ขอความช่วยเหลือ

27 ม.ค. 63
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลง คุมไวรัสได้ 100% และเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทยที่อู่ฮั่นมา 1 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับไฟเขียวจากทางการจีน

29 ม.ค. 63
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจด่านควบคุมโรคสนามบินสุวรรณภูมิ
-แฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย ขึ้นอันดับ 1 อีกครั้ง

30 ม.ค. 63
-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียกเลิกทุกภารกิจเนื่องจากป่วยเป็นไข้

30 ม.ค. 63 โซเชียลโวย หน้ากากอนามัยขาดตลาด-ราคาพุ่ง

31 ม.ค. 63
-WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับโลก
-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผยเตรียมรับคนไทยออกจากอู่ฮั่น 1 ก.พ. 63 ภายหลังพบว่าเป็นการเข้าใจผิด
-อนุทินเผยจะไปรับคนไทยกลับมาด้วยตนเอง
-กระทรวงพานิชย์ยืนยันหน้ากากอนามัยมีเพียงพอ ไม่ขาดตลาด!
-อนุทิน ชาญวีรกุล เตรียมเสนอยกเลิก Visa on Arrival ในที่ประชุม ครม. เศรษฐกิจ แต่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัดตก

1 ก.พ. 63
-อนุทินเผยไม่ไปอู่ฮั่นแล้ว

4 ก.พ. 63
-ประชุม ครม. เตรียมประกาศหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายเกินราคา-กักตุนสินค้า-เตรียมกำหนดโควต้าขายปลีก

อย่างไรก็ตาม เรายังคงเป็นกำลังใจ และขอยืนเคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน พวกท่านทุกคนทำหน้าที่ได้เต็มที่และดีที่สุดแล้วในสายตาประชาชน เปรียบเสมือนร่างกายที่มีแขนขาอวัยวะครบส่วน ทำงานได้อย่างดีตามฟังก์ชันของแต่ละหน่วย

หากแต่คณะรัฐมนตรี ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น “หัว” ของร่างกายนั้นกลับมีปัญหาในการสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สังคมไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้

ดังนั้น เราอยากเสนอให้คณะรัฐมนตรีปรับการสื่อสารใหม่ดังนี้ ;

-การจะตัดสินว่าต้องตื่นตัว ตื่นตระหนก ตื่นตูม ฯลฯ หรือไม่นั้นเป็นเรื่องของประชาชนที่จะรู้สึกเอง ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลสามารถสั่งได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลจะต้องสื่อสารชัดเจน ไม่กำกวม ไม่ทำให้สับสน ตรงไปตรงมา
-ไม่สื่อสารกลับไปกลับมา แก้ข่าวไปๆ มาๆ ให้ข่าววันนี้ แก้ข่าววันรุ่งขึ้น
-เปิดเผย โปร่งใส สิ่งนี้สำคัญมากเพราะจะทำให้ประชาชนเบาใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง
-คนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ไม่ต้องพูด เพราะพูดแล้วผิดอยู่บ่อยๆ
-ไม่ใช่เวลาของการป้ายสีสาดโคลน หรือชี้นิ้วป้ายความผิดไปให้ใคร เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งร้าวลึกไปอีก
-ทำตัวให้เป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้ลดข่าวปลอม ข่าวลือ ข่าวลวง หรือ Fake News ลดลงไปเองโดยไม่ต้องตามไล่ดำเนินคดีผู้เผยแพร่ข่าวลือเพราะความไม่รู้
-รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องรับฟังการสะท้อนปัญหา โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้างาน เพราะจะทำให้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริงและแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างทันท่วงที
-คนทำงานนั้นทำได้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น รัฐมนตรีต้องไม่สื่อสารผิดพลาดแล้วทำให้คนทำงานต้องลำบากเดือดร้อนไปด้วย
-ข้อเสนอแนะนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกประเด็น