fbpx

กมธ.กฎหมายฯ รับ 12 องค์กรภาคประชาชน – เสนอร่างกฎหมายป้องกันซ้อมทรมาน-บังคับสูญหาย

 

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (กมธ.กฎหมายฯ) นำโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล ประธานกรรมาธิการ พร้อมด้วย พรรณิการ์ วานิช รองประธาน กมธ. และรังสิมันต์ โรม โฆษก กมธ. ร่วมต้อนรับภาคประชาชน 12 องค์กร ที่มายื่นหนังสือเพื่อให้ช่วยผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฉบับประชาชน

ปิยบุตรกล่าวขอบคุณภาคประชาชนทั้ง 12 องค์กร ที่เป็นตัวแทนเสนอร่างกฎหมายนี้ และเสริมว่า กมธ. ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องกฎหมายและสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงกฎหมายที่มีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทำงานกับภาคประชาชนและองค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและระหว่างประเทศ ตนและตัวแทนจาก กมธ. เห็นด้วยกับหลักการที่ภาคประชาชนเสนอเข้ามา และจะผลักดันต่อไปภายใน กมธ. เพื่อที่จะได้เชิญเพื่อน ส.ส. ให้ลงชื่อ ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และกลายเป็น ร่าง พ.ร.บ. ของสภาผู้แทนราษฎรที่ประกอบด้วย ส.ส. จากหลากหลายพรรคการเมืองต่อไป และทำให้สังคมเห็นว่า ส.ส.ประเทศไทยจำนวนมาก ให้ความสำคัญ กับการป้องกันซ้อมทรมานและบังคับบุคคลสูญหาย

 

 

“ร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่แต่เพียงการอนุวัติการให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ป้องกันไม่ให้เกิดการซ้อมทรมาน หรือการที่ใช้อำนาจรัฐบังคับบุคคลให้สูญหาย ประเทศไทยจะต้องไม่มีบุคคลที่ถูกซ้อมทรมาน ประเทศไทยจะต้องไม่มีเหยื่อที่ถูกบังคับให้สูญหายอีกต่อไป

ประเทศไทยจะต้องไม่มีเหยื่อแบบ หะยีสุหลง, ทนง โพธิ์อ่าน, สมชาย นีละไพจิตร, พอละจี รักจงเจริญ, เด่น คำแหล้, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, ฤทธิรงค์ ชื่นจิต, สุรชัย แซ่ด่าน ฯลฯ อีกต่อไป ประเทศไทยต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายฉบับนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้อำนาจรัฐซ้อมทรมานผู้คนหรือบังคับให้บุคคลสูญหาย”

ปิยบุตรกล่าว

 

ด้านสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน 12 องค์กร กล่าวว่า รัฐสภาจำเป็นต้องจัดทำกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสังคมไทย เรามีปัญหาเรื่องการซ้อมทรมาน ทำให้บุคคสูญหายในหลายกรณี และเป็นเรื่องที่สร้างปัญหาให้บ้านเมืองตลอดมา โดยทั่วโลกได้เห็นปัญหานี้ และได้ออกอนุสัญญาระหว่างประเทศขึ้นมา 2 ฉบับ ซึ่งประเทศไทยเราเห็นด้วยในหลักการเหล่านี้ และพยายามนำมาผลักดันให้เป็นกฎหมายในประเทศ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ออกมา รวมถึงร่างของรัฐบาลยังเป็นร่างที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ

 

 

“ภาคประชาชนจึงมีความกังวล 1. เรื่องความล่าช้าที่จะทำให้เกิดปัญหา คือยังมีคนคนถูกซ้อมถูกอุ้มหายอยู่เรื่อยๆ เรื่องเก่าไม่คลี่คลาย เรื่องใหม่ก็รอเกิดขึ้น และ 2. ร่างกฎหมายของรัฐบาลออกมาแล้วยังไม่นำสู่การแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น หลายหน่วยงานจึงร่วมกัน ร่างกฎหมายภาคประชาชน อิงจากหลักระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ผู้ประสบปัญหาจริง และหน่วยงานที่ติดตามจัดทำเรื่องนี้ ได้ร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … ฉบับประชาชน โดยหวังว่า กมธ. ชุดนี้ และสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะผลักดันให้ออกมาโดยเร็ววันต่อไป”

สุรพงษ์กล่าว

 

ดาวน์โหลดไฟล์ .pdf ของ ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ที่นี่

ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและบังคับสูญหายฯ (12 องค์กรภาคประชาชน)