fbpx

“วาโย” ตั้งกระทู้ถามสดรัฐบาลหาแนวทางป้องกันโคโรนา ชี้อุปกรณ์-บุคลากรไม่เพียงพอ

 

วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีกรณีแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤติไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด ซึ่งมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้ โดยวาโยกล่าวถึงกรณีปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไว้รัสสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว

ดังนั้น ประเด็นหลักประเด็นแรกที่อยากสอบถามก็คือเรื่องของการสื่อสาร คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกของเราเข้าสู่ยุคของการสื่อสารและยุคสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลข่าวสารมีอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถสืบค้นได้โดยง่าย ซึ่งก็มีทั้งประโยชน์และก็มีโทษด้วย ประโยชน์คือ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถเลือกที่จะบริโภคข้อมูลได้อย่างหลากหลาย หลายแหล่งที่มา แต่ก็มีข้อเสีย ด้วยปริมาณข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้มีข้อมูลที่อาจจะมีความขัดกัน หรือยังไม่อัพเดทบ้าง เป็นข้อมูลเก่าบ้าง หรือมาจากแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ ฉะนั้นแล้ว จึงก่อเกิดความสับสนในหมู่ประชาชนถึงข้อมูล ที่ว่าอันไหนมีความน่าเชื่อถือ และเขาจะเลือกเชื่อที่อะไร

คงปฏิเสธไม่ได้ว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่ประชาชนให้ความคาดหวังและพร้อมที่จะฟังท่านอยู่เสมอ

แต่ภาวะการณ์ข้างต้นอาจจะทำให้เกิดได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. เกิดความตื่นตระหนกจนเกินไป หรือ 2. เกิดความนิ่งนอนใจจนเกินไป

บางครั้ง การสื่อสารของท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีก็ทำให้เกิดภาวะการณ์เช่นนี้ได้เหมือนกัน ยกกรณีศึกษา 2 กรณี

  1. กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว และสื่อสารในทำนองที่ว่ามีการถอดเครื่องเทอร์โมสแกนออกจากสนามบิน ทั้งที่ความจริงและข้อเท็จจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าเย็นวันนั้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรคก็ได้แถลงที่สนามบินทันทีว่ายังมีการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนอยู่ ขอให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ซึ่งกรณีแบบนี้จะทำให้ประชาเกิดความตื่นตระหนกตกใจ อาจจะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และในบางครั้งก็อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้างานทำงานได้อย่างยากลำบากมากขึ้น
  2. กรณีที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปในทำนองที่ว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นั้นไม่แตกต่างกับการติดเชื้อหวัด ซึ่งก็อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่รายงานเอกสารทางการแพทย์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือของโลกได้ตีพิมพ์บทความชัดเจนว่าการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา

จึงอยากเรียนถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางในการสื่อสารกับประชาชนอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง

ต่อมาเป็นประเด็นหลักที่สอง เกี่ยวข้องกับปัญหาการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เนื่องจากตนเป็นแพทย์ จึงได้พูดคุยรู้จักกับอาจารย์แพทย์และพยาบาลหลายท่านที่ทำงานทั้งในกรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งจริงๆ มีปัญหามากมาย แต่ขอนำเสนอเพียง 2 เรื่องหลักๆ

  1. การคัดกรองที่สนามบิน หรือการคัดกรองที่หน่วยงานต่างๆ เช่น โรงพยาบาลของรัฐ การคัดกรองเหล่านี้น่าจะต้องมีผู้ป่วยที่เดินทางมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก ชาวจีนอาจจะไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และเจ้าหน้าที่ของประเทศไทยก็อาจจะไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษหรือจีนได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ล่าม ที่สนามบินอาจจะมีจำนวนเพียงพอ แต่ว่าที่โรงพยาบาล ล่ามไม่เพียงพอแน่นอน ตนเห็นหลายโรงพยาบาลต้องมีการประกาศรับสมัครล่ามจีนในเฟซบุ๊ก ตนได้ติดต่อสอบถามไปว่าได้รับการสนับสนุนหรือไม่ ทางโรงพยาบาลก็แจ้งผมมาว่าเป็นการติดต่อหาล่ามจีนเอง ไม่ได้มีหน่วยงานของรัฐ หรือว่าเงินทุนมาสนับสนุนเลย ฉะนั้น จึงอยากสอบถามไปยังนายกรัฐมนตรี ว่ามีการบูรณาการระหว่างกระทรวงหรือไม่ โดยตนมองว่าตอนนี้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเพียงอย่าง อาจจะต้องบูรณาการไปกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดหาล่ามด้วย
  2. เรื่องของอุปกรณ์ บุคลากรที่อยู่ที่หน้างาน เครื่องมือในการตรวจเรียกว่าชุดคิทต่างๆ เท่าที่ตนรับแจ้งมาจากเจ้าหน้าที่อยู่หน้างานคือ และจากประสบการณ์การทำงานของตน พบว่าไม่ค่อยเพียงพอ จำนวนแพทย์และพยาบาลก็ค่อนข้างขาดแคลน แต่สิ่งที่สำคัญคือ ห้องความดันลบ หรือ Negative Pressure Room ซึ่งยังขาดแคลนอยู่ ตอนนี้องค์การอนามัยโลกหรือ WHO แนะนำว่าถ้าเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสนี้แล้วก็ต้องรักษาในห้องความดันลบ แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็น PUI หรือผู้ป่วยที่ได้รับการเฝ้าระวัง ในรายงานของประกาศกรมควบคุมโรคผ่านทางหน้าเว็บไซต์เมื่อตอนเช้า ก็ยังไม่ประกาศเลย ข้อมูลล่าสุดของเมื่อวาน จำนวนผู้ป่วย PUI ยังมีอยู่ประมาณ 136 ราย ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนของห้องความดันลบ ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล อาจจะไม่เพียงพอ

ตนอยากทราบว่านายกรัฐมนตรีทราบถึงประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ที่หน้างานหรือไม่ ได้ลงมาพูดคุย ได้ลงมานั่งเป็นประธานในวอร์รูม และได้ร่วมปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างแข็งขันอยู่ที่หน้างาน และทราบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ และท่านจะจัดการจัดสรรทรัพยากร หรือเงินทุนส่วนไหนเพื่อแก้ไขวิกฤตปัญหาในครั้งนี้ รวมถึงในอนาคต หากปัญหานี้ร้ายแรงขึ้นมา นายกรัฐมนตรีจะมานั่งหัวโต๊ะเพื่อสั่งการเองหรือไม่

ประเด็นหลักประเด็นที่สาม เรื่องความฉับไว การตอบสนองต่อเหตุการณ์ จากที่เราเห็นว่าเรารอข้อมูลจากทางการจีน ว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นั้นเป็นเชื้อติดต่อ ในตอนแรกบอกว่าไม่ติดต่อจากคนสู่คน แล้วก็เพิ่งจะมาประกาศว่าติดต่อจากคนสู่คน กลายเป็นว่าเราจะต้องเดินตามข้อมูลที่มาจากประเทศอื่นตลอดเวลาเลยอย่างนั้นหรือ เป็นไปได้ไหมครับที่ประเทศเราจะก้าวนำไปกว่าสักก้าวหนึ่งบ้าง และการตอบสนองที่ฉับไว ท่านมีวิธีที่จะจัดการปัญหาอย่างนี้ต่อไปในอนาคตที่จะก้าวนำกว่าปกติเลยครับไปสักหนึ่งก้าวอย่างไรบ้าง?

วาโยเปิดเผยหลังการประชุมสภาว่า ตนขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่หากบุคคลระดับผู้นำของประเทศได้รับทราบปัญหาหน้างานเหล่านี้ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดี วันนี้ตนจึงรู้สึกยินดีที่ได้นำเสนอปัญหาเหล่านี้ให้ผู้นำประเทศได้รับฟัง และตนคาดหวังว่าผู้นำจะสามารถเข้าใจปัญหาหน้างานได้ดีกว่านี้ และมีการสื่อสารไปยังประชาชนได้ชัดเจนและถูกต้องมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและได้รับทราบสถานการณ์ตามที่เป็นจริง